Blog
ติดตาม Wealth Creation

“คนที่ประสบความสำเร็จ” กับ “คนที่ยอมแพ้” ต่างกันที่ “ความคิด” ความคิดจะเป็นตัวกำหนดการกระทำของเรา โดยธรรมชาติแล้วความคิดของมนุษย์ต้องการที่จะอยู่รอด ต้องการเป็นผู้ชนะ และพยายามหาวิธีการที่จะเอาชนะมันไปให้ได้ ทำให้ “การคิดเชิงกลยุทธ์” ถือเป็นมิติทางด้านความคิดที่สำคัญ ควรเรียนรู้ และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันทั้งเรื่องการแก้ปัญหา การตัดสินใจ และวางแผนเพื่อบรรลุเป้าหมายในอนาคต เนื่องจากการคิดเชิงกลยุทธ์จะทำให้ความคิดของเราไม่สะเปะสะปะ ไม่เลื่อนลอย มีเป้าหมายในการใช้ชีวิต และลดความคิดที่ไม่จำเป็นทำให้สิ้นเปลืองเวลา สิ้นเปลืองพลังงานไปโดยเปล่าประโยชน์ 

การคิดเชิงกลยุทธ์ ส่วนใหญ่แล้วจะเกิดขึ้นกับผู้ที่มีความปรารถนาในชัยชนะสูง ทำให้เรามักจะพบเจอกับบบุคคลที่ประสบความสำเร็จในชีวิตมีสัดส่วนที่ค่อนข้างน้อยกว่าคนประเภทอื่นๆ อาจจะเป็นเพราะระบบความคิดของคนเหล่านี้ค่อนข้างแตกต่างจากคนทั่วไป ดังนั้นผู้ที่ต้องการมีความคิดเชิงกลยุทธ์จะต้องเริ่มจากการพัฒนานิสัยพื้นฐานของต้นเองให้ได้เสียก่อน มีลำดับขั้นตอนดังต่อไปนี้

 

ความต้องการ

เราทุกคนต่างก็มีความฝันกันมาตั้งแต่เด็กๆ ยังจำได้หรือไม่ว่าเราฝันว่าอะไรกันบ้าง บางคนตอนเด็กๆ ฝันว่า อยากเป็นนักบิน อยากเป็นทหาร อยากเป็นหมอ อยากรวย อยากมีรถสปอร์ต อยากนู่นอยากนี่ แต่ความคิดเหล่านี้เป็นแค่ความคิดพื้นฐานที่ใครต่างก็มีกันทั้งนั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปความฝัน ความต้องการเหล่านั้นกลับไม่เป็นความจริง รู้หรือไม่ว่าเราขาดอะไรไป ความต้องการเพียงอย่างเดียวมันยังไม่เพียงพอ มันต้องประกอบไปด้วย “ความตั้งใจ” ด้วย

 

ความตั้งใจ

ระหว่างความต้องการกับความตั้งใจมีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ความตั้งใจจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อความต้องการของเราเป็นความต้องการที่มากเพียงพอที่จะพัฒนาความคิด อารมณ์ ความรู้สึกของเราให้พัฒนาขึ้นไปอีกขั้น แล้วเมื่อเรามีความตั้งใจที่จะทำสิ่งต่างๆ ก็จะเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จได้ แต่เรามักจะเห็นหลายๆ คนที่มีความตั้งใจถึงระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่สามารถที่ทำสิ่งที่เราตั้งใจออกมาให้เป็นผลสำเร็จได้ เช่น ตั้งใจจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยนี้แต่ก็สอบไม่ติด ตั้งใจจะลดน้ำหนักให้ได้ 5 กิโลกรัมแต่ก็ทำไม่ได้แถมน้ำหนักเพิ่มขึ้นอีก ตั้งใจที่จะรวยแต่ทำไมไม่รวยซักที รู้หรือไม่คุณยังขาดอะไร คุณขาด “เป้าหมาย” เป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน เพราะความตั้งใจเป็นแค่การประกาศอุดมการณ์ของเราให้รู้ว่าจะทำอะไรให้สำเร็จ แต่ปลายทางเรานั้นยังเลือนลางไม่เห็นทางที่เราจะไป

 

การตั้งเป้าหมาย

การที่เรามีความต้องการและความตั้งใจถือว่าดีแล้วแต่เราต้องวางเป้าหมายในชีวิตของเราให้ชัดเจนด้วย เพราะจะทำให้ความคิดและการกระทำของเราต่างๆ จะทรงพลังมากขึ้น การตั้งเป้าหมายจะช่วยทำให้เห็นภาพในสิ่งที่เราจะต้องการเป็นชัดเจนมากขึ้นและจะช่วยควบคุมการกระทำของเราให้ไม่ออกนอกลู่นอกทาง ทำให้นักคิดเชิงกลยุทธ์ไม่ใช่คนที่ฝันเฟื่องมีความต้องการหรือมีความตั้งใจเท่านั้นแต่จะต้องเป็นคนที่มีความฝันอย่างมีเป้าหมายมีภาพที่ชัดเจนและมีพลังผลักดันให้ไปถึงเป้าหมาย อุปสรรค์ของความสำเร็วจริงๆ แล้วอยู่ที่ตัวเราเป็นหลักไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับการขาดความรู้ แต่เกิดจากการที่ตัวเราเองไม่จดจ่ออยู่กับเป้าหมายนั้นมากพอ การตั้งเป้าหมายที่ดีควรเป็นการตั้งเป้าหมายที่คำนึงถึงปัจจัยต่างๆ อย่างรอบด้าน และมีทั้งเป้าหมายระยะสั้นและระยะยาวโดยแต่ละเป้ามหายจะต้องมีรายละเอียดและออกแบบขั้นตอนต่างๆ เพื่อที่จะไปถึงเป้าหมายให้ได้ บางครั้งเป้าหมายที่เราตั้งไว้อาจจะดูเป็นไปไม่ได้ แต่เมื่อเราลงลึกถึงขั้นตอนและวางแผนเพื่อที่จะไปถึงเป้าหมายนั้นเป็นข้อๆ ออกมา เราก็จะพอเห็นความเป็นไปได้ของเป้าหมายที่เราตั้งเอาไว้ได้

 

ความคิดเชิงกลยุทธ์

เป็นความคิดที่มีความยืดหยุ่นสูงไม่มีอะไรตายตัว การที่จะเป็นนักคิดเชิงกลยุทธ์ที่ดีได้ต้องรู้จักปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมภายนอก ไม่ยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง ต้องรู้จักปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป ถ้ามาถึงจุดนี้ได้ ความสำเร็จจะอยู่เพียงแค่เอื้อม



เครดิต : TerraBKK.com 

---------------------------
แบ่งปันความมั่งคั่งอย่างมั่นคงโดย
Wealth Creation
www.wci.co.th/blog
www.facebook.com/wealthcreationpage

Pitiphong Roongruengvuthikul
Admin
By